สมัครรับข่าวสาร

โครงการเพื่อขอเงินสนับสนุน

โครงการจัดซื้อเครื่องมือสำหรับการผลิตถุงบรรจุโลหิต



          เนื่องในปีมหามงคลที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2559 ดิฉันในนามของสภากาชาดไทยขอเชิญท่านผู้มีจิตกุศลร่วมบริจาคเงินสมทบทุนโครงการจัดซื้อเครื่องมือสำหรับการผลิตถุงบรรจุโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้เจ็บไข้ได้ป่วยและผู้ตกทุกข์ได้ยากต่าง ๆ ให้ได้มีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพื่อทำความดี ทำบุญ สร้างกุศล ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมต่อไป...

          
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2499 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย ตลอดระยะเวลา 60 ปีที่ทรงดำรงตำแหน่ง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่มวลมนุษยชาติ ทั้งประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งยังทรงสนพระราชหฤทัยในงานส่งเสริมคุณภาพชีวิต การช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส การให้การรักษาพยาบาล การผลิตบุคลากรทางการแพทย์ และการพยาบาล การให้สถานที่พักรักษาเมื่อยามเจ็บไข้ได้ป่วยให้ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

          ตลอดจนงานบริการโลหิตนานัปการ ทั้งยังทรงยกย่องสรรเสริญผู้บริจาคโลหิต ด้วยการเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเข็มที่ระลึกให้ผู้บริจาคโลหิตครั้งแรก เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พุทธศักราช 2507 และได้เสด็จพระราชดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน ทั้งยังทรงสนับสนุนงานบริการโลหิตของประเทศให้ก้าวหน้า โดยการปรับเปลี่ยนและพัฒนางานด้านต่าง ๆ ให้เป็นที่เชื่อถือและยอมรับของนานาอารยประเทศ อาทิ การสร้างห้องปฏิบัติการตรวจโลหิตที่ทันสมัย การสร้างโรงงานผลิตถุงบรรจุโลหิต การผลิตน้ำยาตรวจหมู่โลหิต และผลิตผลิตภัณฑ์โลหิตมากมาย เพื่อนำไปช่วยผู้ป่วยในการรักษาพยาบาล แม้จะมีผู้บริจาคโลหิตเพิ่มมากขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอต่อการรักษาพยาบาลเท่าที่ควร

       ทั้งนี้งานบริการโลหิตของประเทศไทย เริ่มต้นตั้งแต่การที่สภากาชาดไทย ได้จัดตั้งแผนกบริการโลหิตขึ้นในกองวิทยาศาสตร์ (สถานเสาวภา) สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 18 มกราคม พุทธศักราช 2495 เพื่อสนองต่อข้อเสนอของกาชาดสากลในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์โดยไม่มีการซื้อ-ขาย จากเดิมที่ยังมีการซื้อ-ขายโลหิต ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงมาเป็นผู้บริจาคโลหิตโดยไม่หวังผลตอบแทนมากขึ้น จนไม่มีการซื้อ-ขายโลหิต ดังนั้น ห้องรับบริจาคโลหิตเพียงเล็ก ๆ จึงไม่เพียงพอต่อการรับบริจาคโลหิต

      ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลฝรั่งเศสจึงได้มอบรถรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ เพื่อใช้ในการรับบริจาคโลหิตนอกสถานที่และให้การสนับสนุนในการสร้างอาคารรับบริจาคโลหิตหลังใหม่ โดยในวันที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์ราชูปถัมภกสภากาชาดไทย และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคาร "ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย" ในโอกาสนี้ ทั้ง 2 พระองค์ทรงทอดพระเนตรการรับบริจาคโลหิต ภายในอาคารศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติและทรงมีพระราชปฏิสันถารกับผู้บริจาคโลหิตที่ได้มีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จฯ อย่างใกล้ชิดยังความปลาบปลื้มอิ่มเอิบใจแก่ผู้บริจาคโลหิตเป็นอย่างมาก และในปัจจุบันได้สร้างอาคารขึ้นเพื่อทดแทนอาคารหลังเดิม คือ อาคารเฉลิมพระเกียรติบรมราชินีนาถ โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารเฉลิมพระเกียรติบรมราชินีนาถ ในวันที่ 27 มีนาคม พุทธศักราช 2552 และทรงพระราชทานนามว่า "อาคารเฉลิมพระเกียรติบรมราชินีนาถ" โดยในปัจจุบันอาคารเฉลิมพระเกียรติบรมราชินีนาถเป็นอาคารที่ทำการของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ซึ่งเป็นสถานที่ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดจนการพัฒนาทางด้านวิชาการ เพื่อให้มีปริมาณโลหิตเพียงพอปลอดภัยและมีคุณภาพสูงสุดสามารถนำไปใช้รักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ 

     ทั้งนี้งานบริการโลหิตของประเทศไทย เริ่มต้นตั้งแต่การที่สภากาชาดไทย ได้จัดตั้งแผนกบริการโลหิตขึ้นในกองวิทยาศาสตร์ (สถานเสาวภา) สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 18 มกราคม พุทธศักราช 2495 เพื่อสนองต่อข้อเสนอของกาชาดสากลในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์โดยไม่มีการซื้อ-ขาย จากเดิมที่ยังมีการซื้อ-ขายโลหิต ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงมาเป็นผู้บริจาคโลหิตโดยไม่หวังผลตอบแทนมากขึ้น จนไม่มีการซื้อ-ขายโลหิต ดังนั้น ห้องรับบริจาคโลหิตเพียงเล็ก ๆ จึงไม่เพียงพอต่อการรับบริจาคโลหิต

      แม้ในปัจจุบันมักมีการพูดถึงกันอยู่บ่อย ๆ เกี่ยวกับการให้การบริจาคไม่ว่าจะเป็นการให้วัตถุหรือให้ธรรมเป็นทาน หรือให้อภัยเป็นทานก็ตาม แต่มีทานที่สำคัญยิ่งอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งมักไม่มีใครนำมาพูดถึงกันเลย นั่นก็คือ "การให้ชีวิตเป็นทาน" คนทั่วไปมักเข้าใจกันว่า ต้องสละชีวิตของตัวเองเพื่อให้คนอื่นมีชีวิตอยู่เท่านั้นจึงจะถือว่าเป็นทานนั้นไม่เสมอไปเพราะการบริจาคโลหิต ก็คือการให้ชีวิตเป็นทานอย่างหนึ่ง จะเห็นได้ว่าคนที่กำลังป่วยอาการทรุดหนักไม่ว่าจะเกิดจากอุบัติเหตุหรือโรคร้ายใด ๆ ก็ตาม ที่ทำให้เลือดในร่างกายเสียไปถ้าเขามีโอกาสที่จะได้รับโลหิต แม้เพียงหยดเดียวอาจช่วยให้เขามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพื่อทำความดี ทำบุญสร้างกุศล ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมอีกต่อไปได้

   "โลหิต" ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเราทุกคนประมาณ 4,000-5,000 มิลลิลิตร (ซีซี) แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนบนเป็นพลาสมาหรือน้ำเหลือง และส่วนล่างคือเม็ดเลือด ประกอบด้วย เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด ความสำคัญแต่ละส่วนประกอบจะแตกต่างกันไป ด้วยหน้าที่และความสำคัญที่แตกต่างกัน ดังนั้น "โลหิต" จึงเปรียบเสมือนยาวิเศษในการที่จะรักษาหรือชุบชีวิตผู้ป่วย... "โลหิต" ที่หนึ่งคนมอบให้จึงสามารถนำไปต่อลมหายใจให้อีกหลาย ๆ ชีวิตได้อยู่รอด

   "โลหิต" จึงถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับชีวิตของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตโลกทั่ว ๆ ไปเพราะเป็นสิ่งที่มีส่วนในการช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยให้อยู่รอดปลอดภัย นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างก็ได้พยายามค้นคว้าวิจัยมาเป็นเวลานาน แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จในการหาสารประกอบอื่น ๆ ที่จะนำมาใช้ทดแทนโลหิตในร่างกายได้ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดให้มีการบริจาคโลหิตเพื่อให้เกิดการถ่ายเทหรือให้โลหิตจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่งได้


         

          การบริจาคโลหิต คือ การสละโลหิตส่วนเกินที่ร่างกายไม่จำเป็นต้องใช้ เพื่อให้กับผู้ป่วยที่มีความต้องการเป็นสิ่งที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายเลย โดยผู้บริจาคโลหิตสามารถบริจาคได้ในทุก ๆ 3 เดือน เพราะเมื่อบริจาคออกไปแล้วภายในระยะเวลาที่กำหนด ไขกระดูกจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดโลหิตขึ้นมาทดแทนส่วนที่ขาดหายไปให้โลหิตในร่างกายมีปริมาณเท่าเดิม เพราะถ้าไม่ได้บริจาคหรือถ่ายเทออกไปร่างกายก็จะขับเม็ดโลหิตที่สลายตัวซึ่งไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว เพราะหมดอายุออกมาในรูปของปัสสาวะ อุจจาระ หรือเหงื่ออยู่เป็นประจำทุกวันเมื่อโลหิตมีความสำคัญยิ่งสำหรับชีวิตคนและสัตว์ เมื่อขาดโลหิตทุกชีวิตอาจต้องตาย ซึ่งให้ความหมายคล้ายกับต้นไม้ที่ขาดน้ำที่ในไม่ช้าก็จะเหี่ยวเฉาและแห้งตายไปในที่สุด

          ดังนั้น เครื่องมือสำหรับการผลิตถุงบรรจุโลหิตจำเป็นอีกสิ่งหนึ่งปัจจัยที่มีความสำคัญและความจำเป็นไม่แพ้กันเพราะเนื่องด้วยปัจจุบัน ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติมีแนวโน้มการใช้ถุงบรรจุโลหิตเพิ่มขึ้นทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคโดยประมาณการว่าจะมีการใช้ถุงบรรจุโลหิตในกิจการของศูนย์บริการโลหิตฯ มากถึง 4 ล้านใบต่อปี เมื่อมีการขยายงานเจาะเก็บโลหิตที่ภาคบริการโลหิตแห่งชาติครบทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงงานบริการโลหิตสถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติแต่เนื่องจากโรงงานผลิตถุงบรรจุโลหิตในปัจจุบันที่ชั้น 5 อาคารเฉลิมพระเกียรติบรมราชินีนาถ ประสบปัญหาไม่สามารถขยายกำลังการผลิตได้อีก เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่ทำให้ไม่สามารถติดตั้งเครื่องมือเครื่องจักรใหม่ ๆ ที่จะใช้ผลิตเพิ่มเติมได้ อีกทั้งเครื่องมือที่ใช้ในการผลิตส่วนใหญ่เป็นเครื่องเก่าที่ใช้มาตั้งแต่เริ่มจัดตั้งโรงงานในปี พ.ศ. 2538ซึ่งมีอายุใช้งานมาแล้วถึง 20 ปี ทำให้มีเทคโนโลยีการผลิตที่ล้าสมัยได้กำลังการผลิตต่ำ ทั้งยังไม่สามารถซ่อมเครื่องได้เนื่องจากอะไหล่ทดแทนหายากและเครื่องมีปัญหาบ่อยครั้งทำให้ต้องพึ่งพาตนเองในการซ่อมและบำรุงรักษาเครื่องมาโดยตลอดซึ่งก็มีค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงเครื่องเชื่อมถุงบรรจุโลหิต (Blood bag welding machine) รวมถึงค่าสูญเสียโอกาสในการผลิตจากการหยุดซ่อมเครื่องตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา คิดเป็นค่าเฉลี่ยประมาณ 500,000 บาทต่อเครื่องต่อปี
   

                        
    "นอกจากนี้ เครื่องเชื่อมถุงบรรจุโลหิตยังไม่สามารถปรับเปลี่ยน
รูปแบบแม่พิมพ์ของถุงเพิ่มเติมได้ ซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาการ
ผลิตถุงบรรจุโลหิตชนิด Quadruple blood bag top & bottom system
โดยถุงชนิดนี้จะใช้สำหรับเตรียมส่วนประกอบโลหิตที่มีเม็ดโลหิตขาวน้อย
(Leukocyte poor blood components)
เพื่อลดอาการข้างเคียงของผู้ป่วยที่รับโลหิต
และมีการใช้ในสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 50 ของปริมาณถุงบรรจุโลหิต
ที่ใช้ทั้งหมดในปัจจุบัน"
   
                       


          เพื่อเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตถุงบรรจุโลหิตชนิดใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยดำเนินการผลิตมาก่อนและมีปริมาณการใช้งานมากขึ้นให้สามารถผลิตใช้ได้เองภายในประเทศ และตอบสนองความต้องการใช้ถุงบรรจุโลหิตของศูนย์บริการโลหิตฯ ที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการจัดซื้อเครื่องมือผลิตถุงเพื่อให้สามารถผลิตถุงชนิดต่าง ๆ รวมถึงถุงบรรจุโลหิตชนิดใหม่ คือ Quadruple blood bag top & bottom system เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตถุงบรรจุโลหิตต่อไป

          สภากาชาดไทย จึงต้องขอรับน้ำใจจากท่านผู้มีจิตกุศลร่วมสมทบทุนโครงการจัดซื้อเครื่องมือสำหรับการผลิตถุงบรรจุโลหิตชนิด Quadruple blood bag top & bottom system จะมากบ้างน้อยบ้างก็สุดแต่จิตกุศลศรัทธาความพร้อมและความสามารถของท่านแต่ละบุคคล หลาย ๆ คนรวมกันก็สามารถช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ของท่านได้มากทีเดียว... เพราะแม้ว่าการบริจาคโลหิตจะเป็นผลดีต่อตัวผู้บริจาคโลหิตโดยตรงแล้ว  การบริจาคโลหิตยังได้ช่วยชีวิตผู้ป่วยที่กำลังรอการช่วยเหลืออยู่ ซึ่งถือเป็นการทำบุญที่ได้กุศลสูง ส่งผลให้ผู้บริจาคเกิดความสุขใจจากผลบุญของการให้แล้วแต่ขณะเดียวกันเครื่องมือสำหรับการผลิตถุงบรรจุโลหิตก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่จะสามารถช่วยชุบชีวิตผู้ป่วยได้ซึ่งท่านเองก็สามารถให้ชีวิตใหม่กับอีกหนึ่งชีวิตได้มีลมหายใจต่อไปได้ด้วย...

          ปล. เพราะการให้ทุกชนิดย่อมมีผลทั้งสิ้น แม้แต่บุคคลเทน้ำลงในหลุมหรือบ่อเล็ก ๆ ด้วยหวังว่าจะให้สิ่งมีชีวิตทั้งหลายได้อาศัยน้ำนี้ดำรงชีวิต จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าปัจจัยที่ท่านเสียสละบริจาคในทางตรงและทางอ้อมเพื่อสงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้พ้นจากความทุกข์ โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชังและไม่มุ่งหวังอามิสสิ่งตอบแทนจะมีอานิสงส์ผลบุญมากมายเพียงใด...

                        
    "ร่วมส่งต่อ...ความงดงามแห่งการให้...กับสภากาชาดไทย"    
                       





  ดาวน์โหลดแบบฟอร์มการบริจาค (แบบครั้งเดียว)

  ดาวน์โหลดแบบฟอร์มการบริจาค (แบบรายเดือน)

  บริจาคเงินออนไลน์